เครดิตภาพ: TheSportsDB
สรุปข่าวใน 30 วินาที
⚡ สัญญา โอนาน่า มี clause ขึ้นค่าเหนื่อยอัตโนมัติจาก £120K → £170K/สัปดาห์ ถ้าแมนยูได้ UCL
⚡ แมนยูอยู่อันดับ 3 มีโอกาส 85% ได้ UCL — แปลว่า clause นี้จะถูกกระตุ้นแน่
⚡ ลัมเมนส์ เล่นดีจนสโมสรยืนยันเป็นมือ 1 ต่อ — โอนาน่าไม่อยู่ในแผน
⚡ ค่าเหนื่อยที่พุ่งขึ้นจะทำให้ ขายยากขึ้น — ไม่มีใครอยากจ่ายค่าเหนื่อยสูงขนาดนี้
⚡ สัญญาเหลืออีก 2 ปี (ถึง 2028) ตัวแทนรอคุยสโมสรก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคม
โอนาน่า แมนยู ค่าเหนื่อยพุ่ง — นี่คือปัญหาที่ไม่มีใครคาดคิด! ปกติถ้าทีมได้แชมเปียนส์ลีกก็ควรจะดีใจ แต่สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับกลายเป็นเรื่องปวดหัว เพราะ อ็องเดร โอนาน่า มี clause ในสัญญาที่จะทำให้ค่าเหนื่อยพุ่งขึ้นทันทีถ้าทีมเราได้เล่น UCL ตามรายงานจาก ESPN ↗
พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งทีมเราเล่นดี ค่าตัวผู้รักษาประตูที่ไม่อยู่ในแผนก็ยิ่งแพง… ชีวิตแมนยูครับ ไม่เคยง่าย
โอนาน่า แมนยู ค่าเหนื่อยพุ่ง — เกิดอะไรขึ้นกับสัญญา?
เรื่องมันเริ่มจากฤดูกาลก่อน แมนยูจบอันดับ 15 ไม่ได้เล่นบอลยุโรป ทำให้ clause ลดค่าเหนื่อย 25% ทั้งทีมถูกกระตุ้น ค่าเหนื่อยโอนาน่าลดจาก £170,000 เหลือ £120,000 ต่อสัปดาห์ ตอนนั้นทุกอย่างยังพอรับไหว เพราะ แทรบซอนสปอร์ รับภาระค่าเหนื่อยทั้งหมดตลอดช่วงที่ยืมตัวไป
แต่ปัญหาคือ — ถ้าแมนยูผ่านเข้าแชมเปียนส์ลีก ค่าเหนื่อยจะ กลับไปที่ £170,000 ต่อสัปดาห์ อัตโนมัติ! นั่นคือ £8.8 ล้านต่อปี สำหรับผู้รักษาประตูที่ไม่อยู่ในแผนของทีม และตอนนี้แมนยูอยู่อันดับ 3 มีโอกาสได้ UCL ถึง 85% แปลว่า clause นี้แทบจะถูกกระตุ้นแน่นอน
ทำไมนี่ถึงเป็นปัญหาใหญ่?
ลัมเมนส์ — มือ 1 ตัวจริงของแมนยูยุคคาร์ริค
เพราะ เซนเน่อ ลัมเมนส์ เล่นดีมากจนสโมสรยืนยันแล้วว่าจะเป็นมือ 1 ต่อไปฤดูกาลหน้า มือกาวชาวเบลเยียมที่ซื้อมาจาก รอยัล อันท์เวิร์ป ด้วยค่าตัว 18.2 ล้านปอนด์ กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่คุ้มค่าที่สุดของซีซั่น เซฟดีจนนับไม่ถ้วน แถมเปิดเกมรุกจากหลังได้สุดยอด
นั่นแปลว่าโอนาน่ากลับมาก็ไม่ได้เล่น แต่สโมสรต้องจ่ายค่าเหนื่อย สัปดาห์ละ 170,000 ปอนด์ ให้ผู้รักษาประตูที่นั่งม้านั่งสำรอง! ถ้าจะขาย ค่าเหนื่อยที่สูงขึ้นก็ทำให้ไม่มีสโมสรไหนอยากรับภาระ ถ้าจะให้ยืมต่อ แมนยูอาจต้อง จ่ายส่วนต่างค่าเหนื่อยเอง ซึ่งก็เท่ากับเสียเงินฟรี
สรุปคือ ยิ่งทีมเล่นดี ยิ่งเจ็บกระเป๋า — ตลกร้ายสุด ๆ
โอนาน่า อยากกลับมาสู้ — แต่สโมสรไม่ต้องการ
แหล่งข่าวจาก ESPN ระบุว่า ตัวแทนของโอนาน่าเตรียมคุยกับสโมสรก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคม โดยผู้รักษาประตูวัย 29 ปี ต้องการกลับมาร่วมทีมในช่วงพรีซีซั่นเพื่อ “สู้แย่งตำแหน่ง” กับลัมเมนส์
“โอนาน่าเชื่อว่ายังมีอะไรให้พิสูจน์ในระดับสูงสุด และต้องการโอกาสแสดงฝีมือช่วงเกมอุ่นเครื่อง” — แหล่งข่าวใกล้ชิดนักเตะ จาก ESPN
แต่ฝ่ายบริหารของแมนยูมีแผนอื่น พวกเขาพอใจกับลัมเมนส์มาก และกำลังมองหาผู้รักษาประตูมือ 2 คนใหม่มาแทน อัลตาย บายินดีร์ ที่ก็อยากย้ายไปเล่นเพื่อลุ้นติดทีมชาติตุรกีไปฟุตบอลโลก ส่วน ราเด็ค วิเท็ค ที่ยืมไปอยู่บริสตอล ซิตี้ ก็ประกาศชัดว่าอยากกลับมาแข่งตำแหน่งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ตัวเลขที่ทำให้ INEOS ปวดหัว
มาดูตัวเลขกันให้ชัด ๆ ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นปัญหาหนักสำหรับฝ่ายบริหาร:
ค่าตัวที่ซื้อมา: £47.2 ล้าน จากอินเตอร์ มิลาน (ปี 2023)
มูลค่าทางบัญชีปัจจุบัน: ประมาณ £26.3 ล้าน (ตัดจำหน่ายตามสัญญา 5 ปี)
ค่าเหนื่อย ถ้าได้ UCL: £170,000/สัปดาห์ = £8.8 ล้าน/ปี
สัญญาเหลือ: ถึงปี 2028 (อีก 2 ปี) = ค่าเหนื่อยรวม £17.6 ล้าน ถ้าไม่ขาย!
ถ้าขายได้ต่ำกว่า £26.3 ล้าน จะขาดทุนตามกฎ PSR ด้วย แต่ตอนนี้ตลาดสำหรับโอนาน่าแทบไม่มี — มีแค่ อินเตอร์ มิลาน ที่เคยคุยเรื่องกลับไป แต่ก็ยังไม่ยื่นข้อเสนอจริงจัง
มุมแฟนผี — เรื่องนี้สอนอะไรเรา?
สอนว่า การซื้อผู้เล่นในยุค เทน ฮาก มันมีราคาที่ต้องจ่ายระยะยาว โอนาน่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ซื้อมา 47 ล้าน ค่าเหนื่อยสูงลิบ ฟอร์มก็ขึ้น ๆ ลง ๆ พลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนตอนนี้ลัมเมนส์ซึ่งค่าตัวแค่ 18 ล้าน กลับเล่นดีกว่า
แต่ก็ต้องมองในมุมบวกด้วย — ถ้า INEOS จัดการเรื่องนี้ได้ดี ขายโอนาน่าออกไปแล้วเอาเงินค่าเหนื่อยที่ประหยัดได้ไปเสริมตำแหน่งอื่น มันก็จะเป็นก้าวสำคัญในการ “ล้างบาง” มรดกปัญหาจากยุคก่อน
สำหรับตอนนี้ แฟนผีแดงก็ได้แต่หวังว่า INEOS จะหาทางออกที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นขาย ให้ยืม หรือยกเลิกสัญญา… ขอแค่อย่าให้เราจ่ายค่าเหนื่อย 170,000 ต่อสัปดาห์ให้คนที่นั่งม้านั่งสำรองก็พอ
อ่านเพิ่มเติม: คาร์ริค โค้ชถาวร แมนยู ใกล้แล้ว! | เป้าหมายซื้อตัวซัมเมอร์ 2026 | วิเคราะห์แท็คติกคาร์ริค 10 นัด


